Categories
- ความรู้ (42)
- เทคโน (19)
- ปรากฎการณ์ธรรมชาติ (20)
- วันนี้ในอดีต (58)
- วิทยาศาสตร์ (19)
- สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (1)
- ห้องทดลอง (1)
- อวกาศ (5)
- UFO (1)
ผู้ติดตาม
About Me
- Gang of 4wd
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโน แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เครื่องเปลี่ยน"ขยะพลาสติก"เป็น"น้ำมัน"
ปัญหาใหญ่ของโลกที่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงนั่นก็คือ การรีไซเคิลขยะ"พลาสติก" ซึ่งส่วนใหญ่จะรีไซเคิลได้แค่"ขวดพลาสติก" ในขณะที่ขยะพลาสติกในรูปแบบอื่นๆ ยังมีอีกมากมาย นักพัฒนาในญี่ปุ่นที่เล็งเห็นถึงปัญหานี้ได้สร้างเครื่องเปลี่ยน"ขยะพลาสติก"ทุกชนิดให้เป็น"น้ำมัน"ได้แล้ว โดยเจ้าเครื่องที่ว่านี้ไม่เพียงแต่จะมีขนาดเล็กจนสามารถตั้งบนโต๊ะได้เท่านั้น แต่มันยังลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศที่เป็นต้นเหตุของโลกร้อนได้อีกด้วย
![]() |
วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ว้าว!!! HydroBOB สกูตเตอร์ "ดำน้ำ"
HydroBOB เป็นยานพาหนะขนาดจิ๋วที่คุณสามารถขับขี่ได้ลักษณะคล้ายสกูตเตอร์ที่สามารถดำดิ่งลงไปภายใต้พื้นน้ำใสสะอาดได้ โดยผู้ขับสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ด้วยมุมมอง 180 องศา แถมยังมีอ็อกซิเจนให้หายใจได้อย่างสบายอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะ HydroBOB เป็นส่วนผสมระหว่างสกูตเตอร์กับชุดดำน้ำแบบที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี BOB (Breathing Observation Bubble) หมวกใสครอบศรีษะที่สามารถสร้างอากาศบริสุทธ์หมุนเวียนภายใน เพื่อใช้ในการหายใจได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็น
วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553
หัวเว่ยทำได้ สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ 100 เหรียญ
| Ideos U8150 |
บริษัทจีนนั้นสามารถทำให้โลกตกตะลึงได้เสมอ ล่าสุดหัวเหว่ย (Hauwei) นำโทรศัพท์สมาร์ทโฟนตระกูล Ideos มาโชว์ในงาน IFA 2010 โดยยกจุดขายว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาเอื้อมถึงหรือ affordable smartphone ตัวแรกของโลก คาดว่าจะวางจำหน่ายในราคาราว 100-200 เหรียญสหรัฐ (ราว 3,200-6,400 บาท) วางคิวลุยตลาดทั้งในยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และลาตินอเมริกา
| Ideos U8150 |
วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553
"มุ้งนาโน" ฆ่ายุงตายภายใน 6 นาที
| ภาพเส้นใยสำหรับทอมุ้งที่ผสมสารฆ่ายุง ซึ่งมียุงตายอยู่หลายตัว |
"นาโนเทค" พัฒนามุ้งผสมสารสกัดเลียนแบบ "เก๊กฮวย-ดาวเรือง" ฆ่ายุงตายจากเส้นใยภายใน 6 นาที ทำได้ทั้งแบบเคลือบและผสมลงในเส้นใย ระบุไม่เป็นอันตรายต่อคน เพราะมีตัวรับสารต่างกันจากแมลงและเป็นสารที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
RCA Airenergy Charger WiFi
เจ้าสิ่งที่เราเห็นอยู่นี่ ไม่ใช่ WiFi USB หรือ Hub USB ใดๆทั้งสิ้นแต่มันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถ เปลี่ยนพลังงาน คลื่นวิทยุ ให้ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยใช้คลื่นความถี่ ของ WiFi ซึ่งทางผู้ผลิตอ้างว่ามันสามารถที่จะ ชาร์ทแบบเตอรรี่โทรศัพท์ หรือ กล้องถ่ายรูปได้ ตราบใดที่มันคงมีสัญญาณ WiFi กล่าวคือมัน ต้องสัญญาณ WiFi ทั่วไปที่มีใช้อยู่ในอาคาร บ้านเรือน สำนักงาน เมื่อใดมันรับสัญญาณ ได้เมื่อนั้น
วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ค้นหา"ภาพคล้าย"ใน Google เจ๋งสุดๆ แค่คลิกเดียวก็ได้เลย!!!
สำหรับการค้นหาภาพคล้ายของ Google ภายใต้อินเตอร์เฟซใหม่นี้จะสังเกตได้จากเวลาที่เลื่อนเมาส์ไปบนภาพใดๆ ซึ่งปกติ Google จะขยายภาพนั้นขึ้นมาประมาณเท่าตัว โดยพื้นที่ด้านล่างจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อไฟล์ ขนาดภาพ ตลอดจนรายละเอียดสั้นๆ ของภาพรวมถึงเว็บไซต์เจ้าของภาพนั้นๆ แต่หากคุณสังเกตอีกนิดหนึ่ง บรรทัดสุดท้ายจะมีลิงค์ที่เขียนว่า Similar แม่นแล้ว หากคลิกที่ลิงค์นี้ Google ก็จะหาภาพที่คล้ายภาพที่เลือกขึ้นมาให้ทันที สมมติเสิร์ชหน้านางเอกสาวเกาหลีชื่อดังอย่าง Song Hye Kyo ผลลัพธ์จะได้ดังรูปข้างล่างนี้

สุดยอด!!! ฟรีแวร์แปลงไฟล์ วิดีโอ เสียง ภาพนิ่ง บนพีซี มือถือ และยูทูบ
Freemake Video Converter ชื่อของฟรีแวร์ตัวนี้อาจจะไม่ครอบคลุมความสามารถของมันทั้งหมด เพราะด้วยตัวโปรแกรมมันสามารถแปลงไฟล์ได้สารพัดรูปแบบจริงๆ ตั้งแต่ฟอร์แมตวิดีโอพื้่นฐานอย่าง avi, mpg, tod,mov, dv, rm หรือจะเป็นมือถือก็สามารถแปลงไฟล์ 3gp, 3g2, 3gp2 ส่วนบนอินเทอร์เน็ตก็สามารถแปลงไฟล์ flv, swf, mp4 และสำหรับบน PC ก็จะมี wmv, mkv, qt, ts, mts แปลงไฟล์เสร็จยังไม่พอ สามารถเขียน หรือ rip ได้หลากหลายฟอร์แมตอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น avi, wmv, mp4, 3gp, DVD และ MP3 ยังไม่หมดนะครับ เพราะฟรีแวร์ตัวนี้ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปบน YouTube ได้จากโปรแกรมอีกต่างหาก

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553
"ระบบดักฟังมือถือ" ลงทุนแค่ครึ่งแสน
|
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Google Maps Navigation นำทางฟรี
Google Maps Navigation เป็นซอฟต์แวร์นำทางตัวใหม่จาก Google ที่สามารถให้ผู้ใช้งานที่ใช้ผ่านระบบ ไอโฟน, วินโดว์โมบาย, แอนดรอยด์, แบล็คเบอรี่ และ ซิมเบี้ยน เวอร์ชั่น S60 ได้ดาวน์โหลดกันไปใช้ได้ฟรีๆ
การใช้งาน Google Maps Navigation ทำได้โดยเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้วนำทางผ่านดาวเทียมโดยมีจุดเด่น เช่น
- My Location : แสดงสถานที่ที่เราอยู่ ณ ปัจจุปัน
- Business listings : แสดงจุดสนใจเช่น ร้านอาหาร, ร้านซ่อมรถ บนแผนที่พร้อมข้อเสนอแนะและการจัดเรตติ้งจากผู้ที่คนใช้บริการร้านนั้นๆ (ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อเสนอแนะและเรตติ้งได้)
- Navigation : ระบบนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยวพร้อมเสียงแนะนำเส้นทาง
- Latitude : แสดงกลุ่มเพื่อนที่เราแอดไว้บน Latitude ว่าอยู่ตำแหน่งไหนและสามารถให้โปรแกรมนำทางเพื่อไปหาเพื่อนที่เราแอดไว้
- Layers : แสดงรายละเอียดเช่น ประวัติ, ภาพ, วิดีโอ ของสถานที่ที่เลือกบนแผนที่
- Bazz : แสดงรายละเอียดสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุ, สถานที่การจัดงานต่างๆเช่น คอนเสิร์ต แบบ Real-Time
- Transit directions : แสดงการนำทางโดยวิธีอื่นๆ เช่น การเดิน, ขึ้นรถโดยสาร, รถไฟฟ้า เป็นต้น
- Street View : แสดงการเดินทางด้วยมุมมองภาพสมจริงผ่านดาวเทียม
- Traffic : แสดงผลการจราจรแบบ Real-Time
ปัจจุปัน Google Maps Navigation ยังใช้ได้แค่ที่อังกฤษและอเมริกา และต้องสั่งการเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นๆ คาดว่าจะใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้
ข้อมูล siamphone
http://news.siamphone.com/news-01836-นำทางกันได้ฟรีๆ-ด้วย-Google-Maps-Navigation.html
ข้อมูล siamphone
http://news.siamphone.com/news-01836-นำทางกันได้ฟรีๆ-ด้วย-Google-Maps-Navigation.html
วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Google Chrome OS เผยโฉมแล้ว!!!
และแล้ว Chrome OS ระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สของกูเกิ้ล (Google) ก็ได้มีโอกาสเผยโฉมสู่สายตาชาวโลกสักที หลังจากที่เป็นข่าวลือ-ภาพหลุดในช่วงปีที่ผ่านมา โดยที่ Googleplex ในแคลิฟอร์เนีย ผู้บริหารของกูเกิ้ลได้เปิดตัว Google Chrome OS ที่พัฒนาออกมาท้าชนกับ Microsoft ที่กำลังเอ็นจอยกับความสำเร็จของ Windows 7
หลังจากเป็นข่าวลือมานานหลายปีในทีสุดมันก็ได้กลายเป็นจริงสักที กูเกิ้ลจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการบนพีซีของตนที่มีชื่อว่า Chrome OS โดยคาดว่ามันจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโอเอสจากไมโครซอฟท์ได้ สำหรับโอเอสแจกฟรีตัวนี้จะมาพร้อมกับแอพพลิเคชันส่วนใหญ่ที่ทำงานผ่านเว็บ ด้วยเทคโนโลยี "Cloud" โดยการประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลจะอยู่ภายนอกคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้พีซีที่ประสิทธิภาพการ ทำงานไม่สูงมากนักได้รับประสบการณ์ในการใช้ระบบปฎิบัติการที่ดีกว่า

หลังจากเป็นข่าวลือมานานหลายปีในทีสุดมันก็ได้กลายเป็นจริงสักที กูเกิ้ลจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการบนพีซีของตนที่มีชื่อว่า Chrome OS โดยคาดว่ามันจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโอเอสจากไมโครซอฟท์ได้ สำหรับโอเอสแจกฟรีตัวนี้จะมาพร้อมกับแอพพลิเคชันส่วนใหญ่ที่ทำงานผ่านเว็บ ด้วยเทคโนโลยี "Cloud" โดยการประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลจะอยู่ภายนอกคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้พีซีที่ประสิทธิภาพการ ทำงานไม่สูงมากนักได้รับประสบการณ์ในการใช้ระบบปฎิบัติการที่ดีกว่า
วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ไปไหนไม่มีหลงกับ แผนที่ OVi Maps นำทางฟรีตลอดชีพ
| Nokia ให้คุณดาวน์โหลดแผนที่นำทาง OVi Maps ไปใช้งานได้ฟรีๆ บนโทรศัพท์มือถือของโนเกีย ด้วยระบบนำทางผ่านดาวเทียม ใช้งานฟรีตลอดชีพ นำทางง่ายๆ แค่พิมพ์ชื่อสถานที่ที่คุณจะไป รองรับระบบเสียงบอกเส้นทาง มั่นใจว่าไม่มีหลง และยังปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้บนโทรศัพท์มือถือโนเกียยังสามารถแชร์ตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวของ คุณให้เพื่อนๆ ผ่าน Facebook พร้อมอัพโหลดภาพถ่ายได้อย่างง่ายดาย |
1. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
Ovi Maps เวอร์ชั่นใหม่นี้มาพร้อมกับแผนที่และระบบนำทางชั้นเลิศระดับที่ใช้ติดรถยนต์ ซึ่งมีฟีทเจอร์ครบถ้วนอย่างที่คุณต้องการ ให้ใช้ฟรีตลอดอายุการใช้งานสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องใช้ใบอนุญาติเพิ่มเติมสำหรับประเทศ หรือภูมิภาคใดๆ หรือแม้แต่บริการข้อมูลจราจร และข้อมูลแนะนำสถานที่ ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายการเชื่อมต่อของโอเปอเรเตอร์
โนเกียเปิดมือถือ 2 ซิม พร้อมที่ชาร์จติดจักรยาน
ในการประชุมที่จัดขึ้นสำหรับสื่อมวลชน ณ เมืองไนโรบี ประเทศเคนยา Nokia ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือในตระกูล Cseries พร้อมกัน 4 รุ่น ได้แก่ Nokia C1 (C1-00) , Nokia C1 (C1-01) , Nokia C1 (C1-02) และ Nokia C2 (C2-00) ในโอกาสเดียวกันนี้โนเกียยังได้เปิดตัวนวัตกรรมทางเลือกใหม่ Nokia Bicycle Charger Kit อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือโดยใช้พลังงานจากการปั่นจักรยาน ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี
วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ตะลึง!โซลาร์เซลล์ชนิด "หมึก"
อีก ไม่นานนี้ เราจะได้เห็นโซลาร์เซลล์ผลิตขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลงโดยใช้ "หมึก" ระดับอนุภาคนาโน ที่ทำให้สามารถพิมพ์แผ่นโซลาร์เซลล์ได้เช่นเดียวกับพิมพ์หนังสือพิมพ์ หรือนำไปพ่นที่หลังคาเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้
เบรน คอร์เกล วิศวกรเคมีแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส ที่ออสติน พยายามค้นพบวิธีการใหม่ในการผลิตโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยหวังว่าวิธีการที่เขาคิดขึ้นมานี้นั้นจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงเหนือ 1 ใน 10 เท่านั้น
ซึ่งขั้นตอนการผลิตแบบดังเดิมนั้นใช้วิธีถมแก๊สโซลาร์เซลล์จากถังสุญญากาศที่มีอุณหภูมิสูง จึงทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเป็นเงาตามตัวด้วย
"ตอน นี้เราจำเป็นต้องคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆทางโซลาร์เซลล์เพื่อให้รับแสงให้ได้ มากๆ ซึ่งแสงอาทิตย์นั้นเป็นแหล่งพลังงานที่แทบจะไม่มีจำกัดอยู่แล้ว แต่เทคโนโลยีการดึงเอาพลังงานมาใช้ที่มีอยู่นั้นยังค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่สามารถแข่งกับพลังงานจากแหล่งเชื้อเพลิงได้" คอร์เกลเกริ่นนำ
เป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้วที่คอร์เกลและทีมงานของเขาได้พยายามคิดค้นวัสดุระดับนาโนเพื่อใช้ทำโซ ลาร์เซลล์ที่มีต้นทุนต่ำ จนสามารถคิดค้น "หมึก" ที่สามารถพิมพ์ออกมาด้วยกระบวนการ roll-to-roll แบบ เดียวกับที่พิมพ์พลาสติกหรือเหล็กกล้าไร้สนิม ทั้งนี้ หมึกดังกล่าวสามารถที่จะนำไปพ่นใส่หลังคาหรือผนังอาคารได้อีกด้วย ซึ่งอีกไม่นานก็คงได้เห็นกัน
"คุณต้องพ่นวัสดุดูดซับแสงนี้และชั้นอื่นๆลงไป นี่คือขั้นตอนหนึ่งในการใช้งานโซลาร์เซลล์ชนิดพ่นนี้" คอร์เกลอธิบายการสาธิต
คอร์เกลนั้นใช้วัสดุระดับนาโนที่มีคุณสมบัติในการดูดซับแสงที่บางกว่าเส้นผมราวๆ 10,000 เท่า เนื่องจากขนาดที่เล็กนี้มีคุณสมบัติใหม่ทางกายภาพที่สามารถช่วยให้อุปกรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในปี 2002 นั้น คอร์เกลได้ร่วมตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า Innovalight ที่ มีฐานที่ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย เป็นบริษัทที่ผลิตหมึกโซลาเซลล์โดยใช้ซิลิกอนเป็นวัตถุดิบหลัก ในครั้งนี้ คอร์เกลและทีมงานของเขาได้ใช้ทองแดง อินเดียม แกลเลียม เซเลไนด์ หรือ CIGS ซึ่งทั้งถูกกว่าและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต
"CIGS มีข้อดีกว่าซิลิกอนหลายอย่างเลย มันเป็นสารกึ่งตัวนำชนิด direct band gap ซึ่งหมายความว่า จะใช้วัตถุดิบในการผลิตน้อยลงมาเยอะเลย และก็เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบที่สุดของนวัตกรรมใหม่นี้"
อย่างไรก็ตาม ทีมงานของเขาสามารถพัฒนาต้นแบบโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพการดูดซับแสงได้แค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งที่ตามปกติแล้ว ควรจะอยู่ที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
"ถ้าเราทำ 10 เปอร์เซ็นต์ได้ ก็น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ ถ้ามันได้ผลนะ คุณก็คงจะได้เห็นมันถูกใช้โดยทั่วไปในอีกซัก 3-5 ปีนี้แหละ" คอร์เกลทิ้งท้าย
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
กูเกิลจับแผนที่จราจรไทยแสดงข้อมูลขนส่งมวลชนที่แรกในโลก

กูเกิลร่วมมือหน่วยงานคมนาคมขนส่งทางบกในกรุงเทพฯ เปิดบริการใหม่แสดงข้อมูลการเดินทางผ่านบริการขนส่งมวลชนแห่งแรกของโลก และสภาพการจราจรเป็นประเทศที่ 8 ของโลก เชื่อเป็นการผลักดันให้นักเดินทางสามารถเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศได้ สะดวกมากขึ้น
แอนดรู แมคกลินชีย์ หัวหน้าฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หลังจากทางกูเกิลเปิดให้บริการแผนที่พร้อมนำทางสำหรับประเทศไทยเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่ามียอดผู้เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก ทางกูเกิลมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรภายในประเทศเพื่อ อำนวยความสะดวกในการใช้งานในการใช้งานแผนที่ของกูเกิล
"จาก ยอดจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้นแม้ว่าจะไม่สร้างรายได้ให้กับทางกูเกิลโดยตรง จากจำนวนผู้เข้าใช้งาน แต่อย่างที่รับรู้กันว่ารายได้ส่วนใหญ่ของกูเกิลมาจากโฆษณาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ ดังนั้นการให้บริการต่างๆ ที่ทางกูเกิลพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคอย่างแท้จริง"
พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กุเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ข้อมูลถึงบริการดังกล่าวว่า เป็นการร่วมมือกันของทางภาครัฐและเอกชนที่ช่วยให้ทางกูเกิลสามารถเข้าถึง ข้อมูลทางด้านการคมนาคม โดยในเบื้องต้นจะเปิดให้บริการภายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน
"การ เข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานคมนาคมขนส่งภายในกรุงเทพฯ ช่วยให้แผนที่ของกูเกิลสามารถแสดงข้อมูลการเดินทางผ่านบริการขนส่งมวลชน รวมไปถึงการแสดงผลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในส่วนของการขยายพื้นที่ไปในต่างจังหวัดนั้น ทางเรามองว่าขึ้นอยู่กับพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมมือในการให้ข้อมูล เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคในท้ายที่สุด"
การที่ทางกูเกิลเลือกประเทศไทยเพื่อเปิดบริการทั้งแผนที่การนำทาง ผ่านบริการขนส่งมวลชนและแสดงสภาพการจราจรภายในกรุงเทพฯมหานครเป็นที่แรกนั้น เกิดขึ้นจากการแข่งขันกันภายในแต่ละภูมิภาคในโลก ซึ่งเมื่อประเทศใดมีความพร้อมก่อนก็จะได้รับสิทธินั้น
ในการร่วมมือกับหน่วยบริการคมนาคมภายในประเทศได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำหรับการแสดงสภาพการจราจรแบบทันทีทันใด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สำหรับข้อมูลป้ายรถเมล์และเส้นทางเดินรถ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงทพ จำกัด (BTS) และ บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ (MRT) ในเรื่องข้อมูลสถานีของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน
data news
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000143236
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า นวัตกรรมไทยประสิทธิภาพอันดับ 1 ของโลก
การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนเชื้อเพลิง ฟอสซิลและถ่านหิน เป็นยุทธวิธีสำคัญทางหนึ่งที่จะช่วยให้มนุษย์ฝ่าวิกฤตภาวะโลกร้อนไปได้ และพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นหนึ่งในพลังงานทดแทน ที่หลายคนเทใจให้มากที่สุด เพราะมีแหล่งพลังงานให้มนุษย์ได้ใช้ฟรีไม่มีวันหมด ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะอาด และปลอดภัยอย่างแท้จริง
บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด เป็นเอกชนไทยรายแรกและรายเดียวในประเทศ ที่ดำเนินการด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ในขณะนี้ จากการวิจัยและพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ที่มีความเหมาะสมกับสภาพ ภูมิอากาศของประเทศไทย และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศแล้วถึง 7 แห่ง และผลิตแผงโซลาร์เซลล์ส่งออกไปยังหลายประเทศในยุโรป และสหรัฐฯ
นายทิศพล นครศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า บางกอกโซลาร์เป็นบริษัทที่แตกออกมาจาก บริษัท บางกอกเคเบิล จำกัด เพื่อดำเนินการวิจัย พัฒนา และผลิตแผงโซลาร์เซลล์โดยในช่วงเริ่มต้น ได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จนสามารถผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ชนิดอะมอร์ฟัสซิลิกอนแบบฟิล์มบาง (Amorphous Silicon Thin-Film Photovoltaic Module) ที่เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทยได้เอง และมีการพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้ง นี้ แผงโซลาร์เซลล์รุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพแปลงพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 7% นับว่าเป็นแผงโซลาร์เซลล์ชนิดอะมอร์ฟัสซิลิกอนแบบฟิล์มบาง ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกด้วย
“แผงโซลาร์เซลล์ชนิดอะมอร์ฟัสซิลิกอนแบบฟิล์มบาง มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแผงโซลาร์เซลล์ชนิดผลึกซิลิกอน ทั้งยังผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ขนาดกำลังการผลิตเท่ากัน ทำงานได้ดีแม้ในสภาพอากาศที่มีแสงน้อย ท้องฟ้ามีเมฆมาก หรือแม้แต่ช่วงฝนตก ซึ่งสามารถทำงานได้ตลอดช่วงเวลากลางวัน”
“ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเวลาประมาณ 10.00-15.00 น. ขณะที่หากเป็นแผงโซลาร์เซลล์ชนิดอื่นจะทำงานได้ในช่วงเวลาดังกล่าว และจะหยุดทันทีที่แสงน้อยเกินไป" นายทิศพลอธิบายขณะเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ จ.ฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้ บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ เริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของประเทศไทยในปี 2549 ด้วยกำลังการผลิต 1.644 MWp (เมกกะวัตต์) จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 40,000 แผง บนพื้นที่ 35 ไร่ใน อ.บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา ด้วยเงินลงทุนราว 180 ล้านบาท และเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปี 2550 โดยใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าชนิดต่อเชื่อมสายส่ง ที่วิจัยและพัฒนาโดย บริษัท ลีโอนิคส์ จำกัด ของคนไทย
ต่อมาได้ขยายการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไปในจังหวัดอื่นๆ อีก 4 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี อ่างทอง เพชรบุรี และนครสวรรค์ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมทั้งสิ้น 7 โรง และมีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 7.318 MWp
ไฟฟ้าที่ผลิตได้ ทางโรงงานได้ขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้งหมดในราคา 12 บาทต่อหน่วย จากต้นทุนการผลิตประมาณ 12 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะคุ้มทุนในระยะเวลา 10 ปี ส่วนแผงโซลาร์เซลล์ที่พัฒนาขึ้นนั้น มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี
นอกจากนี้ บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ กำลังอยู่ระหว่างการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอีกใน จ.ลพบุรี ที่กำลังการผลิต 2.208 MWp และจะสร้างเพิ่มขึ้นอีกแห่งในจังหวัดเดียวกัน ให้มีกำลังการผลิตราว 11 MWp
ด้านนายพดด้วง คงคามี ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากแผนพัฒนาพลังงาน 15 ปี ที่กำหนดไว้ว่า ประเทศไทยจะต้องพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ 500 MWp ภายในปี 2565 ทำให้บางกอกโซลาร์จึงมีแผนการที่จะขยายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใน ประเทศให้เป็น 60 MWp ภายในปี 2555 โดยการบริหารงานของบางกอกโซลาร์ และอีก 100 MWp โดยการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ รวมถึงการรับจ้างผลิตแผงโซลาร์เซลล์ให้กับบริษัทอื่น ที่สนใจลงทุนด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศอีก 150 MWp
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 MWp จะมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 110 ล้านบาท ใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 50 วัตต์ จำนวน 20,000 แผง บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ และสำหรับพื้นที่ ที่เหมาะสมต่อการตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ควรเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงอาทิตย์ประมาณ 1,800-1,900 ชั่วโมงต่อปี เช่น พื้นที่ในจังหวัดอุดรธานี, สระบุรี, ลพบุรี และ อ่างทอง เป็นต้น
"ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อแน่ว่าในระยะเวลาอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีราคาถูกลงอย่างแน่นอน และอาจถูกลงจนเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินในปัจจุบันก็ได้ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้ อย่างมีประสิทธิภาพ" นายทิศพลกล่าว
แม้ขณะนี้ ต้นทุนการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ยังมีราคาสูงอยู่มาก อีกทั้งต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ทั่วโลกก็กำลังให้ความสนใจ และผลักดันให้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เพราะเป็นพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูง เป็นพลังงานสะอาดที่คนทั่วไปยอมรับกันมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพลังงานนิวเคลียร์ที่ยังมีปัญหาเรื่องการกำจัดกากนิวเคลียร์.
Thak data ASTV manager online
วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ร่มชูชีพไม่กางเหตุทำบูสเตอร์ Ares I-X ตกทะเลอย่างแรงจนบุบ
นาซาเริ่มต้นทดสอบยิงจรวด Ares I-X สวยงาม แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร หลังร่มชูชีพของบูสเตอร์กางไม่ครบ เป็นเหตุให้บูสเตอร์จุดระเบิดตกกระแทกลงทะเลอย่างแรงจนมีรอยบุบเบ้อเริ่ม ระดมทีมวิศวกรเร่งพิสูจน์สาเหตุสัปดาห์นี้ ด้านผู้จัดการภารกิจบอกไม่กระทบความสำเร็จภาพรวม พร้อมขอร้องสื่อมวลชนหยุดเล่นประเด็นนี้
เมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค.52 ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เริ่มทดสอบจรวด เอเรสวัน-เอกซ์ (Ares I-X) เป็นครั้งแรก ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) มลรัฐฟลอริดา ซึ่งหลังจากเอเรสวัน-เอกซ์ ทะยานขึ้นฟ้าเพียง 2 นาที จรวดก็แยกชิ้นส่วนในขั้นแรก โดยปลดตัวบูสเตอร์จุดระเบิดออกเป็นท่อนแรก และตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
ทว่าร่มชูชีพของบูสเตอร์จุดระเบิดนี้ 2 ใน 3 ชุด ทำงานผิดปกติ โดยทั้งหมดกางออกทันทีหลังที่บูสเตอร์แยกตัวออกมา แต่ร่มชูชีพชุดหนึ่งได้แฟบลงอย่างรวดเร็ว และอีกชุดก็แฟบตามไปด้วย เป็นเหตุให้บูสเตอร์ตกลงกระแทกพื้นผิวน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างแรงกว่าที่คาดไว้ จนทำให้ตัวบูสเตอร์เป็นรอยบุบขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งร่มชูชีพแต่ละชุดนี้มีขนาดกว้างประมาณ 150 ฟุต ถูกออกแบบขึ้นมาสำหรับนำบูสเตอร์ตกลงสู่แอตแลนติกอย่างนุ่มนวล
อย่างไรก็ดี เอพีระบุว่า บ็อบ เอสส์ (Bob Ess) ผู้จัดการประจำภารกิจ กล่าวว่าความ เสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องนอกประเด็น เพราะบูสเตอร์ดังกล่าวนั้นไม่ได้จะถูกนำกลับมาใช้ในการส่งจรวดครั้งต่อไป อยู่แล้ว และปัญหาที่เกิดกับร่มชูชีพในครั้งนี้ก็ไม่อาจไปลดคุณค่าของความสำเร็จทั้ง หมดในการทดสอบจรวดเอเรสวัน-เอกซ์ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้
"อย่าเล่นประเด็นข่าวนี้กันมากนักเลย เราไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่มีการสืบสวนใดๆ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น และเรากำลังผ่านไปสู่การทดสอบหลังการบินตามปกติ" เอสส์ กล่าวขอร้องสื่อมวลชน
ผู้จัดการประจำภารกิจบอกอีกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะความบกพร่องที่ตัวร่มชูชีพชุดดังกล่าว ซึ่งทีมวิศวกรจะเริ่มตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในต้นสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. นี้ หลัง จากที่นักประดาน้ำได้กู้บูสเตอร์ขึ้นจากมหาสมุทรมาถึงท่าเรือแล้วตั้งแต่วัน ที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะนำกลับไปตรวจสอบที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของนาซายังเผยอีกถึงความเสียหายที่มากกว่ากรณีนี้เกิดขึ้นด้วยใน ระหว่างการทดสอบยิงจรวดเอเรสวัน-เอกซ์ โดยหลังจากที่จรวดถูกส่งขึ้นไปแล้ว เกิดเหตุสารพิษจากเชื้อเพลิงขับเคลื่อนจรวดรั่วไหลบริเวณฐานปล่อยจรวด 39B ทำให้นาซาต้องเร่งอพยพอออกจาบริเวณนั้นทันทีเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายต่อไปดังที่ ยูนิเวอร์สทูเดย์รายงาน.

จรวดแอเรสวัน-เอกซ์ ทะยานฟ้าอย่างสวยงามก่อนแยกตัวบูสเตอร์จุดระเบิดออกและปล่อยตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก (เอเอฟพ)

รอยบุบของบูสเตอร์ที่เกิดจากการตกกระแทกมหาสมุทรอย่างแรง เนื่องจากร่มชูชีพไม่ทำงาน (spaceflightnow/NASA)

นัก ประดานาลงไปสำรวจและกู้บูสเตอร์ของจรวดเอเรสวัน-เอกซ์ ที่ตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างการทดสอบปล่อยจรวดระยะแรก (spaceflightnow/NASA)
Thak news
เมื่อคืนวันที่ 28 ต.ค.52 ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เริ่มทดสอบจรวด เอเรสวัน-เอกซ์ (Ares I-X) เป็นครั้งแรก ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) มลรัฐฟลอริดา ซึ่งหลังจากเอเรสวัน-เอกซ์ ทะยานขึ้นฟ้าเพียง 2 นาที จรวดก็แยกชิ้นส่วนในขั้นแรก โดยปลดตัวบูสเตอร์จุดระเบิดออกเป็นท่อนแรก และตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
ทว่าร่มชูชีพของบูสเตอร์จุดระเบิดนี้ 2 ใน 3 ชุด ทำงานผิดปกติ โดยทั้งหมดกางออกทันทีหลังที่บูสเตอร์แยกตัวออกมา แต่ร่มชูชีพชุดหนึ่งได้แฟบลงอย่างรวดเร็ว และอีกชุดก็แฟบตามไปด้วย เป็นเหตุให้บูสเตอร์ตกลงกระแทกพื้นผิวน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างแรงกว่าที่คาดไว้ จนทำให้ตัวบูสเตอร์เป็นรอยบุบขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งร่มชูชีพแต่ละชุดนี้มีขนาดกว้างประมาณ 150 ฟุต ถูกออกแบบขึ้นมาสำหรับนำบูสเตอร์ตกลงสู่แอตแลนติกอย่างนุ่มนวล
อย่างไรก็ดี เอพีระบุว่า บ็อบ เอสส์ (Bob Ess) ผู้จัดการประจำภารกิจ กล่าวว่าความ เสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องนอกประเด็น เพราะบูสเตอร์ดังกล่าวนั้นไม่ได้จะถูกนำกลับมาใช้ในการส่งจรวดครั้งต่อไป อยู่แล้ว และปัญหาที่เกิดกับร่มชูชีพในครั้งนี้ก็ไม่อาจไปลดคุณค่าของความสำเร็จทั้ง หมดในการทดสอบจรวดเอเรสวัน-เอกซ์ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้
"อย่าเล่นประเด็นข่าวนี้กันมากนักเลย เราไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่มีการสืบสวนใดๆ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น และเรากำลังผ่านไปสู่การทดสอบหลังการบินตามปกติ" เอสส์ กล่าวขอร้องสื่อมวลชน
ผู้จัดการประจำภารกิจบอกอีกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะความบกพร่องที่ตัวร่มชูชีพชุดดังกล่าว ซึ่งทีมวิศวกรจะเริ่มตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในต้นสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. นี้ หลัง จากที่นักประดาน้ำได้กู้บูสเตอร์ขึ้นจากมหาสมุทรมาถึงท่าเรือแล้วตั้งแต่วัน ที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะนำกลับไปตรวจสอบที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของนาซายังเผยอีกถึงความเสียหายที่มากกว่ากรณีนี้เกิดขึ้นด้วยใน ระหว่างการทดสอบยิงจรวดเอเรสวัน-เอกซ์ โดยหลังจากที่จรวดถูกส่งขึ้นไปแล้ว เกิดเหตุสารพิษจากเชื้อเพลิงขับเคลื่อนจรวดรั่วไหลบริเวณฐานปล่อยจรวด 39B ทำให้นาซาต้องเร่งอพยพอออกจาบริเวณนั้นทันทีเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายต่อไปดังที่ ยูนิเวอร์สทูเดย์รายงาน.
Thak news
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ฝันที่เป็นจริง 'เซลล์เชื้อเพลิง' ชาร์จมือถือไม่พึ่งไฟฟ้า/แสงแดด
ที่ชาร์จพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงหรือ fuel cell charger ไม่ใช่อุปกรณ์ในฝันที่อยู่แต่ในห้องทดลองอีกต่อไปแล้ว วันนี้โตชิบาประกาศพร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ชาร์จเซลล์เชื้อเพลิงอย่าง เป็นทางการ อาสาตัวเป็นทางเลือกใหม่ให้การชาร์จโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พกพา ไม่ต้องพึ่งพาทั้งไฟฟ้าและแสงอาทิตย์อีกต่อไป
โตชิบานั้นวางจำหน่ายที่ชาร์จพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า "ไดนาริโอ้ (Dynario)" มาในรูปเครื่องส่งกำลังไฟให้กับแบตเตอรี่เพื่อใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พก พาอย่างโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นเพลง MP3 เพียงเชื่อมไดนาริโอ้เข้ากับอุปกรณ์ผ่านทางสายยูเอสบี (USB) การชาร์จไฟก็จะเกิดขึ้นไม่ต่างกับการเสียบที่ชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟหรือ คอมพิวเตอร์
หลัก การทำงานของที่ชาร์จทางเลือกใหม่นี้คือ เมื่อฉีดเมทานอลเหลวเข้าไปในที่ชาร์จไดนาริโอ้ เซลล์เชื้อเพลิงจะสร้างกระแสไฟฟ้าจากปฏิกิริยาเคมีกับออกซิเจน ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่สามารถนำมาชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพานานาชนิด ผ่านสายเคเบิลยูเอสบี (USB) การฉีดเมธานอลลงในถังเชื้อเพลิงภายในไดราริโอ้ซึ่งมีความจุสูงสุด 14 มิลลิลิตร จะกำเนิดพลังงานสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ได้ภายใน 20 วินาที ซึ่งกำลังไฟที่ได้นั้นมากเพียงพอสำหรับให้พลังงานโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
โตชิบาประกาศแผนชิมลางจำหน่ายก่อน 3,000 ชุดในราคา 29,800 เยน หรือประมาณ 10,800 บาท ผู้ซื้อจะได้รับชุดเชื้อเพลิงเมทานอลเหลว 5 ขวดราคา 3,150 เยน (ประมาณ 1,146 บาท)
แม้จะแพง แต่หลายคนเชื่อว่าที่ชาร์จนี้มีจุดขายสำคัญที่ทำให้ชาวไอทีอยากจะมีไว้ใน ครอบครอง โดยเฉพาะคนที่ต้องการชาร์จพลังงานนอกอาคาร และคนที่ไม่อยากเสียเวลารอเป็นชั่วโมงกว่าจะสามารถชาร์จได้เต็ม
สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นเก่าที่ไม่มีพอร์ตยูเอสบี ก็สามารถใช้ที่ชาร์จมหัศจรรย์นี้ได้โดยต่ออแดปเตอร์เข้ากับเครื่อง โดยหลังจากการจำหน่ายล็อต 3,000 ชุดแรก โตชิบามีแผนเพิ่มจำนวนการผลิตทั้งในส่วนเครื่องไดนาริโอ้และอแดปเตอร์ รวมถึงการขยายพื้นที่จำหน่ายให้แพร่หลายกว่านี้
โต ชิบาตอกย้ำอนาคตสดใสของการนำเซลล์เชื้อเพลิงมาใช้เป็นแหล่งพลังงานใน แบตเตอรี่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ว่า การเผาผลาญพลังงานในแบตเตอรี่เหล่านี้กำลังเป็นความกังวลหลักในเรื่องการ สิ้นเปลืองพลังงานของโลก สอดรับกับกระแสโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังปรับพฤติกรรมเพื่อแก้ปัญหานี้อย่าง เร่งด่วน
ยังไม่มีรายงานกำหนดการวางตลาดที่ชาร์จพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงนอกพื้นที่ญี่ปุ่นในขณะนี้
Thak data astv manager online
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ไมโครซอฟท์พร้อมขาย"วินโดวส์เซเว่น"ราคาสุดพิเศษ

ไมโครซอฟท์เปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์เซเว่น พร้อมกันทั่วโลกมอบสิทธิพิเศษสำหรับคนไทยในราคาถูกกว่าปกติเกินครึ่ง เชื่อกระแสตอบรับช่วยผลักดันตลาดไอที หวังขายในงานเปิดตัวสิ้นเดือนนี้ 3,000 กล่อง ด้านคู่ค้ารับช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี กลุ่มลูกค้าองค์กรทยอยเปลี่ยนใช้งาน
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัววินโดวส์เซเว่น ในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญกับตลาดไอทีในบ้านเราเมื่อเทียบกับ ครั้งเปิดตัววินโดวส์ เอ็กซ์พีประมาณเกือบ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งการเปิดตัววินโดวส์เซเว่นจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อคอมพ์ใหม่มากขึ้นตามผล วิเคราะห์ของทางไอดีซี ที่ประมาณการณ์ว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ตลาดพีซีจะโตขึ้นประมาณ 30%
"จากกระแส ตอบรับไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใน ประเทศไทยกว่า 100,000 คนรวมไปถึงโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียน 777 คนในประเทศ ที่จะสามารถซื้อวินโดวส์ เซเว่นในราคา 2,777 บาท หมดภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ทางไมโครซอฟท์ต้องทำโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจเพิ่มในราคา 3,777 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาปกติที่จะขายเกือบ 50%"
โดยโปรโมชันราคา 3,777 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ "Windows 7 Home Premium" นั้นทางไมโครซอฟท์จะพยายามทำราคานี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงจำนวนผู้ที่ให้ความสนใจด้วย เนื่องจากถือเป็นราคาพิเศษสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถกำหนดได้ว่าโปรโมชันนี้จะจัดไปถึงเมื่อใด
ทั้งนี้ ภายในงานเปิดตัววินโดวส์เซเว่นอย่างเป็นทางการที่จะจัดขึ้นที่ลานแฟชันฮอลล์ สยามพารากอน ในวันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2552 นั้นทางไมโครซอฟท์คาดว่าทางผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์จะสามารถขายเครื่องพร้อม ลิขสิทธิ์วินโดวส์เซเว่นได้มากกว่า 2,000 เครื่อง ส่วนทางไมโครซอฟท์หวังที่จะขายทั้งประมาณ 3,000 กล่อง
"ภาย ในงานดังกล่าวเราเน้นที่จะให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับวินโดวส์ เซเว่นเป็นหลัก คาดว่ามีผู้เข้าชมงานประมาณ 5,000 คน ซึ่งหวังว่า 40% ของผู้เข้าชมงานจะได้ประสบการณ์ใช้งานวินโดวส์เซเว่นกลับไป ส่วนในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธ์ทางไมโครซอฟท์ต้องขอบคุณภาครัฐรวมไปถึงภาค เอกชนที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันให้ความร่วมมือในการป้องกันการละเมิดลิขสิทธ์"
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือการใช้งานวินโดวส์สำหรับผู้ที่ละเมิด ลิขสิทธ์นั้น ในช่วงต้นปีหน้าทางไมโครซอฟท์ประเทศไทยจะเข้าร่วมโปรแกรม "Reduced Functionality" ในการลดฟีเจอร์การใช้งานสำหรับลูกค้าที่ละเมิดลิขสิทธ์ โดยจะเป็นการลดฟังก์ชันการทำงานลงไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแค่การโอนย้ายข้อมูลเพียงอย่างเดียว เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงการใช้งานซอฟท์แวร์ลิขสิทธ์เพื่อช่วย กระตุ้นภาพรวมของเศรษฐกิจ
ด้านคู่ค้าผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ตอบรับวินโดวส์เซเว่น
ผู้จำหน่ายสินค้าไอทีรายสำคัญอย่างเอเซอร์ อัสซุส เดลล์ โซนี่ และพาร์ทเนอร์ของไมโครซอฟท์รับวินโดวส์เซเว่นจะช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี ส่วนตลาดลูกค้าองกรค์ขนาดใหญ่ ภาครัฐ เอกชน การศึกษา และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางที่สนใจเริ่มเข้าโปรแกรมทยอยเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ แล้ว
นาง สาวปฐมา กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการมาเป็นวินโดวส์เซเว่น ได้รับการตอบรับดีมากในทุกๆภาคส่วนของสังคม ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่ได้ทดลองใช้เกือบ 100% สนใจที่จะเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์เซเว่น จาก 3 ปัจจัยหลักคือ ง่ายต่อการใช้งาน เข้ากับอุปกรณ์ได้ทันที และความเร็วของระบบปฏิบัติการเอง
นายบุญชัย เงาวิศิษฏ์กุล ผู้จัดการอาวุโสกลุ่ม ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ที่วางจำหน่ายต่อจากนี้ไปส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับลิ ขสิทธ์วินโดวส์เซเว่นเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ผู้ที่ซื้อลิขสิทธ์วินโดวส์วิสต้า โฮม พรีเมียมไปก่อนหน้านี้ สามารถติดต่อขอรับแผ่นวินโดวส์เซเว่นได้ทันที เพียงแต่ลูกค้าต้องเสียค่าจัดส่งไม่เกิน 700 บาท
ส่วนนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของอัสซุส มีหลากหลายทั้งโน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก รวมไปถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างเมนบอร์ด และกราฟิกการ์ดของอัสซุส ที่รองรับการใช้งานวินโดวส์เซเว่นเรียบร้อยแล้ว
ด้านเดลล์ก็เช่นเดียวกัน นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชัน (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลถึงผลิตภัณฑ์ของเดลล์ ทั้งด้านคอร์ปอเรตและคอนซูเมอร์ ต่างมีรองรับวินโดวส์เซเว่นแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Inspiron และ Studio นอกจากนี้ ยังเปิดคอลเซ็นเตอร์เพื่อสอบถามปัญหาเกี่ยวกับวินโดวส์เซเว่นสำหรับลูกค้า เดลล์ด้วย
สุดท้ายนายเคน นากาเตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวถึงจำนวนโน้ตบุ๊กของโซนี่ที่รองรับวินโดวส์เซเว่นกว่า 30 รุ่น พร้อมนำเสนอ Vaio X ซีรีส์สุดบาง ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตอกย้ำเทคโนโลยีของโซนี่ ไวโอ้
สำหรับ วินโดวส์เซเว่นที่จำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 เวอร์ชันด้วยกันคือ Home Premium, Professional และ Ultimate คาดว่าราคาปกติจะอยู่ในช่วง 5,xxx ถึง 8,xxx บาท โดยสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเวอร์ชัน Home Premium ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว
Thank manager online
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552
"บรื้น CAT CDMA" โรดโชว์ทั่วไทย

กสททุ่ม 15 ล้าน เดินหน้าโรดโชว์ CAT CDMA ระบบ 3G เชื่อมต่อเน็ตไร้สายความเร็วสูง 3.1 เมกะบิต/วินาที 15 จังหวัด 3 เดือน คาดสิ้นปีได้ลูกค้าทั้งหมด 5 แสนราย
นายปรีชา จินดามัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสท ทุ่มเงินกว่า 15 ล้านบาทจัดกิจกรรมโรดโชว์การใช้เทคโนโลยี 3G ในระยะเวลา 3 เดือนเพื่อให้ประชาชน 15 จังหวัดได้มีประสบการณ์สัมผัสการใช้งานจริงก่อนผู้ให้บริการรายอื่นจะเปิด ให้บริการ 3G เนื่องจากโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ CAT CDMA ที่ครอบคลุม 51 จังหวัดภูมิภาคเป็นระบบ 3G ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายด้วยความเร็ว 3.1 เมกะบิต/วินาที หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากภาพยนตร์โฆษณาชุด “บรื้น” ที่ออกอากาศในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน กสท มีลูกค้า CAT CDMA จำนวน 3.3 แสนรายและคาดว่า สิ้นปีจะเพิ่มเป็น 5 แสนราย โดยลูกค้า 80% ยังใช้บริการด้านเสียง และ 20% ใช้บริการด้านข้อมูล
นอกจากนี้ กสท ได้เซ็นเอ็มโอยูกับฮัทช์และบริษัทย่อยรวม 4 บริษัท เพื่อทำให้โครงข่ายซีดีเอ็มเอ เหลือเพียงโครงข่ายเดียวโดยเป็นของกสท ซึ่งจะทำให้ได้ลูกค้าของฮัทช์ 1 ล้านรายและในปีหน้า กสท มีแผนที่จะโหมทำตลาดให้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้รายได้ของ CAT CDMA ขณะนี้อยู่ที่ 900 ล้านบาท คาดภายในสิ้นปีจะมีรายได้อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท
ปัจจุบัน CAT CDMA มีแพกเกจโปรโมชั่นใหม่ๆ มากมาย ทั้งค่าโทร.และ อินเทอร์เน็ตไร้สายพิเศษสุดสำหรับงานนี้ โปรโมชัน คุ้มสุดๆ โทร.ฟรีทุกเครือข่ายสูงสุดนาน 22 ชม./วัน เริ่มต้นที่ 189 บาท/เดือน โปรโมชันโทรศัพท์มือถือราคาพิเศษ แถมซิม พร้อมค่าโทร.ฟรี 1,200 บาท และโปรโมชันอุปกรณ์ USB Modem ราคาพิเศษที่แถมสิทธิการใช้งานอินเทอร์เน็ต 3G ไม่จำกัดชั่วโมง ฟรีนาน 3 รอบบิล
Company Related Links :
Cattelecom
Thak news astv
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


